บทความ

เทศกาลห้ามพลาดในฝรั่งเศส

รูปภาพ
1. เทศกาลเอพิพานี ( Epiphanie) นับเป็นหนึ่งในเทศกาลทางศาสนาคริสต์ที่สำคัญมากที่สุด จัดขึ้นในวันทุกๆวันที่ 6 เดือนมกราคม โดยจะมีการนิยมทานขนม Galette des Rois หรือที่รู้จักกันในชื่อ ขนมพระราชา ของหวานท้องถิ่นที่มีลักษณะเป็นแป้งพัฟซ้อนทับๆกันคล้ายกับครัวซองค์แต่มีความละมุนกว่า มีไส้ทั้งอัลมอนด์แบบดั้งเดิม ผลไม้อบแห้งและ ช็อคโกแลต ด้านในจะมีตุ๊กตาตัวจิ๋วซ่อนไว้ ปกติจะขายคู่มากับมงกุฎกระดาษสีทอง เรียกได้ว่าถ้าใครได้มาเยือนฝรั่งเศสช่วงเดือนมกราคมก็จะเห็นร้านขนมต่างๆขายเจ้าขนมชนิดนี้แทบทุกร้าน 2. งานคาร์นิวัลแห่งเมืองนีซ ( Carnival de Nice) งานคาร์นิวัลสุดยิ่งใหญ่อันดับต้นๆของโลกที่ไม่แพ้บราซิลหรืออิตาลี จัดขึ้นที่เมืองนีซในช่วงเดือนกุมพาพันธ์ของทุกๆปี ระยะเวลาการจัดติดต่อกันถึง 2 สัปดาห์ โดยมีการจัดติดต่อกันเป็นเวลาเนิ่นนานมีจุดเริ่มต้นจากการจัดงานเพื่อเฉลิมฉลองของท่านเคาท์แห่งปรอแวนส์ (Count of Provence ) เมื่อประมาณปี ค.ศ. 1294 มีขบวนแห่สุดยิ่งใหญ่อลังการที่ตกแต่งอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ เต็มอิ่มไปด้วยบรรยากาศความสนุกสนานแบบสุดเหวี่ยง การันตีความฮอทปรอทแตกด้วยจำนวนผู้เข้าร่วม...

13 regions in France.

รูปภาพ
มณฑล/แคว้น : Nord-Pas-de-Calais-Picardy เมืองหลวง : Lille เมืองหลวงของแคว้นนี้ได้ถูกยกให้เป็นเมืองวัฒธรรมของยุโรปในปี 2004 และ และยังเป็นเป็นเมืองแรกในฝรั่งเศสที่มีรถไฟใต้ดิน นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งผลิตเบียร์คุณภาพเนื่องจากภูมิประเทศเหมาะสมกับการปลูกข้าวสาลีและข้าวบาร์เล่ย์ อาหารที่ขึ้นชื่อของแคว้นนอร์ด-ปาส์-เดอ-กาเลส์คือ หอยแมลงภู่อบกับมันฝรั่งทอด และซุปปลากับไก่แกล้มเบียร์รสเลิศ สถานที่สำคัญและน่าสนใจในปา-เดอ-กาเลส์ได้แก่ มหาวิหารนอเทรอดามแห่งบูลอญ, มหาวิหารนอเทรอดามแห่งออแมร์, สุสานโนเทรอดามแห่งลอแร็ต, มหาวิหารโนเทรอดามแห่งอาเมียงส์ (Amiens Cathedral) และโบสถ์ซึ่งสร้างแบบป้อมปราการที่ เมืองติเยราช (Thiérache) แคว้นนี้มี 2 จังหวัด ดังนี้ นอร์ด และ ปาส์-เดอ-กาเลส์ มณฑล/แคว้น : Normandy เมืองหลวง :  Rouen เป็นแคว้นที่มีชายฝั่งทะเลตะวันตกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติค ชายฝั่งทางเหนืองติดกับอ่าวม๊องช์ (Manche) มีความสวยงามทั้งในด้านศิลปะและประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เป็นแหล่งผลิตเนยแข็งที่มีชื่อเสียง เช่น กามองแบร์ ปงเลเวต และเป็นแหล่งปลูกแอปเปิ้ลที่มีคุณภาพรสชาต...

TOWER BRIDGE

รูปภาพ
Tower Bridge  เป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยว เพราะมันคือเส้นทางในการจราจรที่สำคัญอย่างมากของมหานครเเห่งนี้ เเต่ด้วยสถาปัตยกรรมที่สุดเเสนจะสวยงามก็ทำให้มันกลายมาเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของลอนดอนไปในที่สุด โดยในเเต่ละวันนั้นจะมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาเที่ยวยังสะพานเเห่งนี้กันอย่างมากมาย อีกทั้งจุดชมวิวจากสะพานเเห่งนี้ก็ขึ้นชื่ออย่างมาก เพราะมันสามารถมองเห็นหอนาฬิกาบิ๊กเบนได้อย่างชัดเจนเเละสวยงามอย่างมาก สะพานทาวเวอร์บริดจ์ นั้นสร้างขึ้นมาเพื่อในเป็นเส้นทางในการจราจรของลอนดอน โดยสร้างเสร็จในปี ค.ศ.1894 ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 8 ปีเลยทีเดียว เเละความโดดเด่นก็อยู่ที่หอคอยคู่ที่เป็นรูปเเบบสถาปัตยกรรมโกธิคที่สวยงามเเละสอดรับกับหอคอยลอนดอน ทำให้ทิวทัศน์ในย่านนี้มีความสวยงามเเละสอดรับกันไปทั้งหมดเลยทีเดียว โดยในเเต่ละวันนั้นมีการนับสถิติกันว่ามีรถยนต์เเล่นผ่านสะพานเเห่งนี้กว่า 4,000 คัน เเละมีการยกสะพานขึ้นเพื่อให้เรือเเล่นผ่านกว่า 50 ครั้งต่อวัน Cr:  http://www.worldtraveltrips.com/europe/england/london/tower-bridge/

MONT SAINT MICHEL

รูปภาพ
มงแซ็งมีแชล (Mont Saint Michel) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดของประเทศฝรั่งเศส อยู่ห่างจากกรุงปารีสประมาณ 300 กิโลเมตร เป็นวิหารคริสตจักรที่ตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลชายฝั่งแถบตะวันตกของฝรั่งเศสในแคว้นบัส-นอร์ม็องดี จากความงดงามของสถาปัตยกรรมที่เมื่อรวมกับสภาพแวดล้อมแล้ว สวยงามเหมือนปราสาทในฝันเลยทีเดียว เพราะมีการออกแบบผสมผสานระหว่างกอทิกและโรมาเนสก์ผนวกรวมไปกับความเก่าแก่มากเต็มไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ จึงทำให้ในปี ค.ศ.1979 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโลกทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมโดยองค์การยูเนสโก อีกทั้งยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกตะวันตก วิหารแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมติดหนึ่งในสามของฝรั่งเศส ซึ่งแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมกว่า 3 ล้านคน เดิมทีเกาะแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า “มงตงบ์ (Mont Tombe)”  ตามตำนานเล่าว่าวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากการเข้าฝันนักบุญโอแบร์ บิชอปโดยเทวดามีแชล ซึ่งนักบวชท่านนี้ไม่เชื่อในทีแรกจนการเข้าฝันในครั้งที่ 3 เทวดามิเชลได้ใช้นิ้วจิ้มที่หัวของโอแบร์ หลังตื่นขึ้นมาเค้าก็ต้องตกตะลึงว...

VERSAILLES PALACE.

รูปภาพ
พระราชวังแวร์ซาย (Versailles Palace)  หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปารีส ณ เมืองแวร์ซายส์ นับเป็นพระราชวังที่มีความยิ่งใหญ่และงดงามอลังการมากจนติดหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก อีกทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม พระราชวังสร้างในรูปแบบสถาปัตยกรรมสไตล์คริสต์ศตวรรษที่ 17 และ 18 ภายในประกอบด้วยห้องถึง 700 ห้อง รูปภาพทรงคุณค่า 6,123 ภาพ และงานแกะสลักจากศิลปินชั้นเอก 15,034 ชิ้น โดยมีห้องกระจก (Galerie des Glaces หรือ The Hall of Mirrors) อันแสนโด่งดังจากการเป็นห้องลงนามในสัญญาสงบศึกระหว่างสัมพันธมิตรกับจักรวรรดิเยอรมัน ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งถือเป็นห้องแห่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญทั้งยังมีขนาดใหญ่จำนวน 17 บาน ที่สามารถเป็นจุดชมวิวทัศน์ของสวนแวร์ซายที่สวยงาม ด้วยทุกๆเหตุผลมารวมกันจึงทำให้พระราชวังแห่งนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับเหล่านักท่องเที่ยวที่มาเยือนฝรั่งเศสไม่แพ้หอไอเฟล ตามประวัติศาสตร์ได้กล่าวถึงเมืองแวร์ซายส์ว่าในอดีตเป็นเพียงเมืองเล็กๆ พื้นที่ส่วนมากจะเต็มไปด้วยป่าเขา หากเมื่อพระเจ้...

Château de Chantilly

รูปภาพ
ปราสาทชองติญี (Château de Chantilly) เห็นโดดเด่นเป็นสง่าตั้งแต่ขับรถเลี้ยวเข้ามาที่ถนน เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์และอาร์ตแกลเลอรี่ที่น่าไปเยือนที่สุดแห่งหนึ่งในฝรั่งเศส ปราสาทชองติญีประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ ปราสาทหลังเล็ก (Petit Château) สร้างในปี 1560s และปราสาทหลังใหญ่ (Grand Château) ซึ่งถูกทำลายในช่วงปฏิวัติฝรั่งเศส (French Revolution) ก่อนกลับมาบูรณะใหม่ในช่วงปี 1870s  Musée Condé อาร์ตแกลเลอรี่ของปราสาทเป็นที่จัดแสดงคอลเลกชั่นงานศิลปะของฝรั่งเศส ทั้งเพนต์ติ้งและประติมากรรมในช่วงศตวรรษที่ 15-16 ยิ่งใหญ่และละลานตาไม่แพ้พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre) ของปารีส โรงม้า (Grandes Écuries) ที่ภายในเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ม้า (Living Museum of the Horse) หรือเรียกเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า Musée vivant du cheval นอกจากม้า พิพิธภัณฑ์และปราสาทแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นของชองติญีก็คือโรงแรมที่ส่วนใหญ่จะเป็น ‘ชาโต’ (Château) หรือปราสาทเก่า เหมาะมากสำหรับคนที่อยากมีประสบการณ์พักในชาโตแบบฝรั่งเศสแท้ดูสักครั้ง Cr:  https://lavieenroad.com/2015/12/25/chantilly-loves-horse/

EASTER DAY

รูปภาพ
วันอีสเตอร์ หรือวันปัสกา เป็นวันเฉลิมฉลองพระเยซูคริสต์ทรงคืนพระชนม์ชีพจากความตาย และเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลมหาพรต ที่ชาวคริสต์ต้องระลึกถึงพระมหาทรมานของพระเยซูก่อนที่จะสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน โดยตลอด 40 วันของเทศกาลนี้ เริ่มตั้งแต่วันแรก (วันปาล์มซันเดย์ Palm Sunday) ชาวคริสต์ จะต้องตั้งจิตอธิษฐานรำลึกเหตุการณ์อันทรมานของพระเยซูตามพระคัมภีร์ รวมไปถึงสวดภาวนา บริจาคสิ่งของ อดอาหาร และไม่ฟุ่มเฟือย ดำเนินชีวิตอย่างสมถะที่สุด             ทั้งนี้ วันอีสเตอร์นั้น ไม่มีวันที่ระบุตายตัว แต่ชาวคริสต์ได้ถือเอาวันอาทิตย์แรกหลังพระจันทร์เต็มดวงในเดือน 4 เป็นตัวกำหนด หลังจากเฉลิมฉลองวันอีสเตอร์แล้ว จะเข้าสู่เทศกาลปัสกา ซึ่งเทศกาลนี้ เป็นเทศกาลที่ให้ชาวคริสต์ได้รื้อฟื้นความเชื่ออีกครั้ง เป็นการเริ่มต้นใหม่ของชีวิตในพระคริสตเจ้า  ชาวคริสต์แต่ละครอบครัวจะแต่งตัวสวยงาม มาร่วมพิธีกรรมในโบสถ์ พร้อมร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า นอกจากนี้ บางครอบครัวก็มักจะตกแต่งไข่เป็นลวดลายสีสันต่าง ๆ เพื่อนำมามอบให้แก่กันและกัน ส่วนบางโบสถ์ก็จัดกิจกรรม ร่วมรับ...